วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

น้องกรีน ชวนสวิงกิ้ง คนละ500 คลิปว่อนเน็ต ชาวเน็ตไม่ทนจี้ตำรวจเตือน!

          กำลังเป็นกระแสกับคลิปน้องกรีน ชวนสวิงกิ้ง น้องกรีน สาวทรงโต ที่อัพคลิปตนเองลง socialcam ชวนผู้ชายสวิงกิ้ง หรือ มีเพศสัมพันธ์หมู่ โดยให้โอนเงินมาคนละ 500 บาท เพื่อมีเพศสัมพันธ์ด้วย โดย คลิปน้องกรีน ชวนสวิงกิ้ง ถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว
         โดยมีส่วนใหญ่กระแสตอบกลับถึงคลิปน้องกรีน ว่า 500 แพงไป ให้ฟรียังไม่เอาเลย
ทั้งนี้ชาวเน็ตที่ชมคลิปก็ต่างวอนให้ตำรวจมาจัดการด้วย เพราะหากเกิดแบบนี้อีก อาจจะเกิดการซื้อขายเซ็กซ์แบบออนไลน์อย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งเข้าค่ายบริการทางเพศ รวมถึงเริ่มมีการทำคลิปล้อเลียนน้องกรีนว่อนเน็ตแล้ว !
 ข่าวจาก:news.boxza.com

ถ่ายเซลฟี่กับไอแพด พิเรนท์ได้อีก แถมยังใจกล้าโนบราออกสื่อด้วย

 ถ่ายเซลฟี่กับไอแพด ใจกล้า ไม่แคร์สื่อสุดๆ ทั้งเสื้อและกางเกงโดยไม่สงวนของลับ และยังเอาไอแพดยกขาถ่ายด้วยเท้าสองข้างอีก จากรูปในที่แชร์มาจากเฟซบุ๊ก Apichart Jampanoi นึกว่าโพสต์ท่าเซ็กซี่ ถ่างขานิดๆ โชว์เอ็กซ์ซะหน่อย ที่ไหนได้! เล่นพิเรนท์กับไอแพดถ่ายเซลฟี่สุดประหลาดเห็นๆ
  น้องๆ เห็นแล้ว ก็ดูคนถ่ายเซลฟี่กับไอแพด สุดประหลาด แหวกแนวไว้เป็นเยี่ยงอย่าง แต่อย่าทำตามอะไรที่มันพิเรนท์ๆ แบบนี้นะจ๊ะ ดีไม่ดี เดี๋ยวจะโดนไอแพดตกทิ่มใส่ของลับเข้าอย่างจัง เดี๋ยวจะใช้งานต่อไม่ได้นะเออ อิอิ

ขอบคุณภาพจาก
news.boxza.com

สุดซึ้ง!น้ำใจข้ามโลกช่วยเด็ก3ขวบได้หน้าใหม่ผ่านFB .




ข่าวจาก:www.posttoday.com

ประหาร!"เกม"ฆ่าข่มขืนดญ.วัย 13 บนรถไฟ



ข่าวจาก:www.posttoday.com

สาวท้องแก่คลอดบนรถกู้ภัย คนแห่ดูเลขทะเบียน


หน่วยกู้ภัย ทำคลอดสาวท้องแก่ บนรถกู้ภัยกลางทางก่อนถึงโรงพยาบาล โชคดีปลอดภัยทั้งแม่-ลูก ชาวบ้านแห่ชื่นชม ก่อนนำเลขทะเบียนไปตีเลขเด็ด ก่อนวันหวยออก

วันอังคาร 30 กันยายน 2557 เวลา 19:55 น.

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอยุธยา รับแจ้งมีหญิงสาวท้องใกล้คลอด ที่บ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 4 ต.ตลิ่งชัน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาจึงจัดรถกู้ภัยไปรับพบ น.ส.ธิดาพรเทียนคงทอง อายุ 21 ปี มีอาการปวดท้องใกล้จะคลอด จึงรีบเคลื่อนย้ายเพื่อนำส่งโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา แต่เมื่อมาถึงบนถนนสายเอเชีย บริเวณ กม.ที่ 15-16ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา น.ส.ธิดาพร เกิดน้ำเดินไหลออกมา แล้วทารกได้คลอดออกมาบนรถนั่นเอง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องรีบจอดรถ แล้วทำคลอดกันบนรถกู้ภัย ท่ามกลางความระทึกใจของญาติ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย โดยเด็กที่คลอดออกมาเป็นเด็กชาย สภาพร่างกายแข็งแรง ส่งเสียงร้องเสียงดังลั่น จึงได้ประสานโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา มารับตัวเพื่อนำส่งต่อพร้อมกับทำการตัดสายสะดือ ท่ามกลางความดีอกดีใจของญาติ และประชาชนที่จอดดูการทำคลอด

น.ส.ธิดาพร กล่าวว่า ท้องนี้เป็นท้องที่ 2 ซึ่งมีกำหนดจะคลอดในปลายสัปดาห์ แต่ระหว่างที่กำลังนอนหลับอยู่เกิดปวดท้องใกล้จะคลอดจึงบอกกับญาติให้ช่วยนำส่งโรงพยาบาล แต่คลอดออกมาเสียก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนต่างพากันจอดรถเพื่อจดหมายเลขทะเบียนรถกู้ภัย ที่ทำคลอดเด็กบนรถ เป็นรถยนต์กระบะอีซุซุ หมายเลขทะเบียนบธ-3547 พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเห็นว่าใกล้วันหวยออก จะนำเลขไปเสี่ยงโชคกันอีกด้วย..




ข่าวจาก:www.dailynews.co.th

เด็กมีเซ็กซ์ 41 ครั้ง กับแฟน เรื่องจริงสุดฉาวในอดีต

เด็กมีเซ็กซ์ 41 ครั้ง กับแฟน เรื่องจริงสุดฉาวในอดีต
  เรื่องเด็กมีเซ็กซ์ 41 ครั้งกับแฟน กลายเป็นประเด็นฉาวบนโลกออนไลน์อีกครั้ง หลังชาวเน็ตรายหนึ่งออกมาโพสต์เรื่องราวของเด็กหญิงวัยใสชั้นมัธยมต้นที่ภาคภูมิใจสามารถมีเซ็กซ์กับแฟนได้มากถึง 41 ครั้ง หลังจากคบเป็นคู่รักกัน โดยเด็กสาวดังกล่าวได้ออกมาโพสต์ข้อความเฟซบุ๊กอวดว่า

       "รักนะผัวของเมีย พ่อของลูก" และ "รักนะผัวของเมีย เมียรักผัวมากนะ เมื่อวานเราก็...กัน วันนี้เราก็...กัน กิกิ้...กัน 41 ครั้งแล้ว (ไม่รวมวันนี้นะ) พ่อของลูก"

        ทั้งนี้ ประเด็น  เด็กมีเซ็กซ์ 41 ครั้ง เป็นเรื่องสุดฉาวไปทั่วโลกออนไลน์ของไทยในช่วงสงกรานต์ปี 57 ที่ผ่านมา  เเละเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ที่ไม่ว่าจะไม่ผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ยังคงเป็นปัญหาของสังคมไทยเสมอ

เรียบเรียงข้อมูลโดยnews.boxza.com

สาวเปลี่ยนเสื้อบนรถไฟใต้ดิน บ.ซักรีดใช้กลยุทธโปรโมทร้าน (มีคลิป)

 สาวเปลี่ยนเสื้อบนรถไฟใต้ดิน บ.ซักรีดใช้กลยุทธโปรโมทร้าน (มีคลิป)
  เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 57 สำนักข่าว  shanghaiist ออกมาเปิดเรื่องราวสุดฮือฮาที่เกิดขึ้นที่จีน เมื่อบริษัทซักรีดชื่อดังในเมืองเซี่ยงไฮ้ที่ชื่อว่า Tidy Laundry Co. ทำการจ้างสองสาวเปลี่ยนเสื้อบนรถไฟใต้ดิน เป็นกลยุทธ์ในการโฆษณาเพื่อเรียกเรตติ้งลูกค้า นอกจากนั้นยังจ้างผู้โดยสารเกือบทุกคนในรถไฟขบวนดังกล่าวเป็นนักเเสดง

        อย่างไรก็ตาม ทางจากจีนกลับไม่เห็นด้วยกับโฆษณาสาวเปลี่ยนเสื้อบนรถไฟใต้ดิน จึงทำการดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าว ในข้อหาสร้างความวุ่นวายในที่สาธารณะ ส่วนชาวเน็ตจีนต่างออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง บางรายเห็นเป็นเรื่องธรรมดา บางรายมองว่าโฆษณาปัจจุบันใช้เรื่องเพศเป็นเครื่องมือซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์

       ด้านบริษัทซักรีด ผู้คิดโฆษณาสาวเปลี่ยนเสื้อบนรถไฟใต้ดิน ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อประชาชนอย่างเป็นทางการ หลังโฆษณาครั้งนี้ทำให้ชาวจีนรู้จักชื่อร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอขอบคุณภาพคลิปและข้อมูลจากnews.boxza.com

คดีน้องแก้ม ศาลตัดสินประหารชีวิต ไอ้เกม ฆ่าข่มขืนโยนทิ้งจากรถไฟ

คดีน้องแก้ม ศาลตัดสินประหารชีวิต ไอ้เกม ฆ่าข่มขืนโยนทิ้งจากรถไฟ
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 57 ศาลจังหวัดหัวหินได้อ่านคำพิพากษาคดีน้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปี ถูกฆ่าข่มขืนบนรถไฟขบวนที่ 174 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ แล้วถูกคนร้ายโยนศพออกจากรถไฟเพื่ออำพรางคดี โดยมีผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายวันชัย หรือเกม แสงขาว อายุ 21 ปี พนักงานรถนอน และนาย นายณัฐกรณ์ หรือ หนึ่ง ชำนาญ อายุ 19 ปี พนักงานทำความสะอาดบนรถไฟขบวนเดียวกัน

        ล่าสุดศาลได้พิพากษา ประหารขีวิต นายวันชัย แสงขาว (เกม) ส่วนนายณัฐกรณ์ ชำนาญ ได้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 4 ปี หลังได้ฟังคำตัดสินคดีน้องแก้มจากศาล นายวันชัย มีสีหน้าเรียบเฉยไม่ตื่นตระหนกตกใจในคำตัดสินของศาล โดยนายวันชัยจะถูกส่งตัวไปยังเรือนจำต่อไป

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากnews.boxza.com

ทำไมเป็นงี้! มดคลานออกจากหูนับร้อยตัว ตาพาจุดธูปขอขมาจอมปลวก

พบเด็ก 9 ขวบ  มีมดคลานออกจากหูเกือบทุกวัน ครั้งละประมาณ 5-10 ตัว คาดออกมาแล้วนับ 100 ตัว ไปหาหมอตรวจก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ เปรยเคยทำลายรังปลวกในบ้าน ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ขณะที่แพทย์ขอให้เข้าตรวจอีกครั้ง เพื่อใช้กล้องส่องพิสูจน์

ผู้สื่อข่าวของเรา ไปตรวจสอบที่หอพักแห่งหนึ่งใน ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พบคุณตา-คุณยาย วัย 57 ปี กำลังช่วยเหลือนำมดออกจากหูของหลานวัย 9 ขวบ โดยพบว่ามดไต่ออกมาจากรูหู ซึ่งมีลักษณะคลายมดน้ำตาล ซึ่งผู้สื่อข่าวของเราไปทันเห็นเหตุการณ์พอดี ขณะที่มดกำลังไต่ออกมาจากรูหูด้านขวาของน้อง คุณตาของเด็กหญิง เล่าว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหลานสาวมีมดออกมาจากหูจำนวนมากเกือบทุกวัน ครั้งประมาณ 5-10 ตัว พอมดคลานออกมาก็จะรู้สึกเจ็บปวดเพราะมดจะกัดเนื้อเยื่อในหูด้วย ทำให้ปวด และทรมาน  บ้างครั้งก็มีอาการเจ็บปวดจนตัวเกร็ง จึงพาหลานสาวไปหาหมอรักษาอาการ แต่พอส่องกล้องดูก็ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด ขณะเดียวกันได้ทำความสะอาดที่นอน หรือตรวจดูที่นอนแล้วก็ไม่มีรังมดแต่อย่างใด

คุณตาบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปทำลายรังปลวกที่ขึ้นอยู่ด้านข้างกำแพงของหอพัก จึงคาดว่าจะเป็นรังปลวกของเจ้าที่ก็เป็นได้ แม้บางคนจะมองว่างมงายแต่ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล จึงได้พาหลานสาวไปจุดธูปขมาขมาต่อจอมปลวก เนื่องจากทำลงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

ขณะที่เด็กหญิง บอกว่า ครั้งแรกที่มดออกมาจากหูตกใจมาก นึกว่ามดเข้าหู จึงวิ่งไปบอกยาย ๆจึงนำน้ำมาหยอดที่หูให้หลังจากนั้น มดก็ไต่ออกมา แต่พอมาอีกวัน มดก็ไต่ออกมาอีกจำนวนมาก และมดจะกัดในรูหูด้วย และก็วิ่งมาหาตากับยายให้เอามดออกจากหูออกเกือบทุกวัน รู้สึกหวาดผวาตลอดเวลา ไม่รู้ว่ามดมันจะออกมาตอนไหน ต้องคอยให้ตากับยายคอยช่วยจับมดออกมา อยากให้มดออกจากหูให้หมด เพราะไม่ได้ไปโรงเรียนหลายวันแล้ว

ผู้เป็นตายังบอกอีกว่า พาหลานไปหาหมอมาหลายแห่งแล้วแต่ก็หาสาเหตุไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร สุดท้ายจำต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ โดยพากันไปยังตำหนักร่างทรงแห่งหนึ่งใน ต.คานหาม ร่างทรงเป็นหญิงสาวใช้ไข่ไก่ 3 ฟองวนที่ศีรษะหลายรอบ พร้อมกับท่องคาถาแล้วตอกไข่ใส่ในจาน ภายในจานมีจุดแดง ๆ ขนาดเล็กลอยอยู่จำนวนหนึ่ง โดยร่างทรงอ้างว่าเป็นไข่ของปลวกออกมาด้วย จากนั้นได้ทำพิธีรดน้ำมนต์ ให้หลานสาว แต่ก็ยังไม่หายจึงขอวิงวอนหน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือหลานสาว  หาสาเหตุและรักษาให้หายขาดด้วย

ด้าน นายแพทย์เสกสรร ชวนดีเลิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุทัย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมาผู้ปกครองของเด็กพาน้องมารักษาตัวด้วยอาการว่ามีมดจำนวนมากออก มาจากหู โดยมีการนำมดมาให้แพทย์ดูด้วย จึงได้ทำการส่องดูในรูหูไม่พบตัวมด แพทย์ได้ใช้น้ำมันหยอดลงไปในรูหูเพื่อให้มดออกมา หรือถ้ามีมดอยู่ก็ให้มดตาย ซึ่งไม่พบว่ามีมด จากนั้นได้เฝ้าดูอาการอยู่ในระยะหนึ่ง ไม่พบว่ามีมดจึงได้ให้กลับบ้าน

ต่อมา ช่วงเย็นวันเดียวกันผู้ป่วยได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมแจ้งกับแพทย์ว่ายังมีมดออกมาอีก ทางโรงพยาบาลจึงได้ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาตรวจอาการพบว่าภายใน หูมีเพียงบาดแผลที่อาจจะเกิดจากการแคะหู หรือแผลจากมดกัดเท่านั้น เบื้องต้นได้ให้นอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการก็ไม่พบว่ามีมดแต่อย่างใด ในส่วนของทางการแพทย์ในหูซึ่งมีถึง 3 ชั้น ไม่สามารถมีสิ่งมีชีวิตเข้าไปอาศัยอยู่ได้ และยิ่งในกรณีที่จะมีมดออกมาจำนวนหลายสิบตัวไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ กรณีที่จะเกิดการเข้าไปวางไข่ และเจริญเติบโตก็ไม่น่าที่จะเกิดขึ้นได้อาจจะมีเป็นจำพวกหมัด แต่เข้าไปได้เพียงแค่หูชั้นกลางเท่านั้น

ข่าวจาก: board.postjung.com

วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

การศึกษา-สาธารณสุข-สิ่งแวดล้อม



รับน้องโหด!น้ำตาเทียนหยดใส่แขนพอง
รับน้องโหด!น้ำตาเทียนหยดใส่แขนพอง ผู้บริหารแสดงความเสียใจ-ลงโทษผู้กระทำ

                วันที่ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกของสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพของผู้ได้รับบาดเจ็บจากน้ำตาเทียนหยดใส่จนเป็นแผลพุพองจากเพจเฟซบุ๊ก พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ ผกก.สน.สามเสน ได้เปิดเผยว่า น.ส.เอ นามสมมติ ชาวนนทบุรี  ผู้เสียหายได้เดินทางเข้ามาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับ ร.ต.ท.ประสาน คำเหลือ พนักงานสอบสวน สน.สามเสน ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านแล้ว โดยระบุว่า เหตุเกิดภายในสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง เมื่อช่วงเวลา 18.00 น.วันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา

                ขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สามเสน ให้ประสานกับทางสถาบันเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่า ในวันเกิดเหตุมีการจัดกิจกรรมอย่างไร แล้วใครเป็นผู้ก่อเหตุหยดน้ำตาเทียนใส่ผู้เสียหายจนได้รับบบาดเจ็บ ขณะเดียวกันก็สั่งให้ฝ่ายสอบสวนทำการส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล จากนั้นก็จะรอผลการตรวจร่างกายจากทางแพทย์อีกครั้งว่า ได้รับบาดเจ็บอย่างไรบ้าง ก่อนจะดำเนินการแจ้งข้อหากับทางตัวผู้กระทำผิดต่อไป

                จากเหตการณ์ดังกล่าวทางเว็บไซต์สถานการศึกษาแห่งนั้นได้ลงข่าวชี้แจงว่า  "น้ำตาเทียนบายศรีฯ เป็นพิษ รุมหยดใส่แขนน้องใหม่ถึงเจ็บ ภาคทัณฑ์รุ่นพี่ ขอโทษผู้ปกครอง" โดยมีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า

                น.ส. เอ นักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกรุ่นพี่หยดน้ำตาเทียนใส่แขน เป็นงานบายศรีสู่ขวัญให้นักศึกษาปี 1 ซึ่งรุ่นพี่ไม่ได้บอกว่าจะรับน้องอย่างไร นึกว่าเป็นพิธีบายศรีสู่ขวัญธรรมดา คือผูกข้อมือ เมื่อถึงเวลาเข้าร่วมพิธี รุ่นพี่ไม่ได้บอกว่าจะให้รุ่นน้องทำอะไรบ้าง “แต่เห็นเพื่อน ๆ เดินร้องไห้ออกมา ก็คิดในใจแล้วว่าต้องเจออะไรที่ไม่ดีแน่ ๆ พอถึงเวลาที่จะต้องเข้าพิธี จึงรู้ว่ามันคืออะไร” น.ส.เอ กล่าวต่อไปว่า รุ่นพี่บอกเหตุที่ทำ เป็นประเพณีสืบต่อกันมา ซึ่งตอนนี้แผลเริ่มหายแล้ว และได้เข้าแจ้งความที่ สน. สามเสน แล้ว

                คณบดีสถานการศึกษาแห่งนั้น เปิดเผยว่า คณะฯตระหนักในกฎระเบียบค่อนข้างมาก จึงคิดว่านักศึกษาที่ก่อเหตุอาจไม่ได้คิดว่าจะเกิดเรื่องรุนแรงเกินเลย ขณะที่มหาวิทยาลัยฯพยายามให้นักศึกษาเข้าใจระบบการรับน้องแบบสากล เช่น จัดกิจกรรมให้ความรู้ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง เป็นกิจกรรมที่ใช้ความคิดร่วมกัน ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น อาจอยู่นอกเหนือเวลาที่กำหนดให้ทำกิจกรรมซึ่งไร้คนควบคุม จึงจะมีการสร้างเกี่ยวกับการรับน้องขึ้นใหม่

                ส่วนกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยฯ มีตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน พักการเรียน จนถึงให้พ้นจากสภาพนักศึกษา “ขณะนี้สื่อออนไลน์ส่วนใหญ่ได้นำข่าวสารไปเผยแพร่ด้านเดียว ทำให้เกิดการเข้าใจผิด เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การรับน้อง เป็นพิธีบายศรีสู่ขวัญ ขอยืนยันว่าพิธีนี้ ไม่มีการทำกิจกรรมใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความรุนแรง นอกจากการผูกข้อมือกันตามปกติ ทางคณะฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรอขยายผลต่อไปภายในเจ็ดวัน”

                ขณะเดียวกันอธิการบดีสถานการศึกษาแห่งนั้นเปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องขออภัยต่อทั้งผู้ปกครองและนักศึกษาที่ถูกกระทำ และจะดำเนินการทุกวิถีทางให้เรื่องยุติและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเร็วที่
ข่าวจาก:www.komchadluek.net

ภาพระทึกที่ผู้หญิง เห็นแล้วอาจต้อง"ใจเต้นตาม" การซ่อนตัวใต้หลังคาบ้าน"ภัยคุกคามจากบุรุษนิรนาม (ชมภาพ)

การคุกคามสตรีเพศถือเป็นภัยอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนในสังคมโลกปัจจุบันโดยประเมินว่า ผู้หญิงมีโอกาสจะถูกคุกคามทั้ง "ร่างกาย" และการคุกคามด้านอื่น ๆ ได้ทุกวินาที



ล่าสุด ได้มีการเปิดเผยภาพเหตุการณ์หนึ่งในประเทศสหรัฐ เป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงความกลัวอย่างสุดชีวิตของผู้หญิงรายหนึ่ง จากเหตุการณ์คนร้ายบุกเข้าบ้านเธอ และทำให้เธอต้อง "หลบหนีซ่อนตัว" จากการถูกทำร้ายและโจมตี



ภาพดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้ที่บ้านของ "ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง" ในเมืองแห่งหนึ่ง ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

เมื่อน.ส.เมโลร่า ริเวร่า นักแสดงหญิง ต้องปืนหลังคาขึ้นไปซ่อนตัวจาก "ผู้คุกคามลึกลับ" รายหนึ่งที่บุกบ้านเธอ และพยายามจะหาตัวเธอเพื่อทำร้ายและโจมตี ก่อนที่ต่อมาเธอจะหลบหนีจากคนร้ายสำเร็จ และได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ ก่อนที่ตำรวจจะช่วยให้เธอลงจากหลังคาดังกล่าว ที่ได้กลาย "ที่หลบภัยวิกฤตชีวิต" ชั่วคราวของเธอ ในช่วงไม่กี่วินาทีก่อนหน้านั้น



ริเวล่า กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น "ซีบีเอส แอลเอ" ว่า เธอได้ยินเสียงชายลึกลับรายหนึ่งเข้าพยายามบุกเข้าบ้านเธอ โดยพยายามจะเปิดประตูเข้ามา เมื่อเธอเห็นชายดังกล่าว เข้ามาในบ้าน เธอรู้ว่าตัวเองไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป และต้องหลบหนีชายคนร้ายรายนี้  "ฉันรู้ว่าฉันไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาใด ๆ ทั้งสิ้น และฉันไม่รู้ว่าเขามีจุดประสงค์ใด" นักแสดงหญิงรายนี้กล่าว


และว่า เธอต้องคอยซ่อนอยู่บนซอกของหลังคาบ้าน โดยไม่สามารถกระโดดลงมาได้ เพราะจะไม่ปลอดภัยอย่างแน่นอน จนกว่าจะมีคนมาช่วยเธอ



ทั้งนี้ ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกนำมาเผยแพร่ต่อมาโดยบล็อกเกอร์รายหนึ่ง และน่าจะเป็น "ภาพการซ่อนตัวที่น่าระทึกที่สุด" ภาพหนึ่งของผู้หญิงทั่วโลกที่เคยเผชิญมา


ข่าวจาก:www.matichon.co.th

เร่งสืบหาชายในภาพวงจรปิดเชื่อเป็นกุญแจไขคดีเกาะเต่า



ข่าวจาก:www.posttoday.com

สลด! ผู้พิพากษายิงจ่อยิงเมีย ก่อนยิงตัวเองตายตาม ลูกให้การคาด "ทะเลาะกัน"

วันนี้ (29 ก.ย.) เวลา 01.58 น. เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้านเลขที่ 3/116 ตำบลหนองปลิง อำเภอเมืองนครสวรรค์ พบศพนายเฉลิมพล บุตรดี อายุ 42 ปี ผู้พิพากษาศาลแขวงจังหวัดพิษณุโลก และนางสุวรรณา บุตรดี อายุ 40 ปี เจ้าหน้าที่สรรพากรจังหวัดนครสวรรค์ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันเสียชีวิตอยู่บริเวณชั้น 2

โดยสภาพศพนั้น นางสุวรรณา ถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าผาก 1 นัด ลูกกระสุนฝังใน ส่วนนายเฉลิมพล มีรอยกระสุนปืนที่บริเวณขมับเหนือกกหูซ้าย ลูกกระสุนปืนทะลุออกด้านขวา และมีอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อซิกซาวเออร์ ตกอยู่ระหว่างร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน

จากการสอบสวนนายเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี บุตรชายของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนายเฉลิมพลและนางสุวรรณาทะเลาะกันอย่างรุนแรงอยู่หน้าประตูห้องนอน และมีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด เบื้องต้นตำรวจคาดว่าทั้งคู่ทะเลาะกันจากปัญหาครอบครัว ทำให้นายเฉลิมพลบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนยิงภรรยาเสียชีวิตก่อนยิงตัวเองตายตาม ข่าวจาก:www.matichon.co.th

ยันหมาวิ่งตามรถในคลิปไม่ได้ทอดทิิ้ง

 ชาวโซเซียลเห็นภาพถึงกับน้ำตาคลอ คลิปวีดีโอเจ้าของนำสุนัขทิ้งข้างถนนอย่างไม่แยแส เจ้าตูบวิ่งตามสุดชีวิตยังไม่สนใจ ภายหลังคนรู้จักแจ้งเหตุ หมาวิ่งตามเจ้าของเพราะชอบให้ขนมมันกิน ไม่ได้ทิ้งขว้างตามข่าว

วันจันทร์ 29 กันยายน 2557

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกของสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอ เหตุการณ์สุนัข วิ่งตามรถยนต์คันหนึ่ง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปในวงกว้าง โดยเฉพาะคนรักสุนัข เนื่องจากเชื่อว่า เป็นภาพขณะที่เจ้าของรถคันหนึ่ง นำสุนัขสีน้ำตาลมาปล่อยทิ้งข้างทาง แล้วขับรถหนีไปอย่างไม่ใยดี โดยสุนัขตัวดังกล่าว พยายามวิ่งตามรถของเจ้านายอย่างไม่คิดชีวิต ทำให้หลายคนสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง

โดยเจ้าของคลิปโพสต์ข้อความบรรยายความรู้สึกว่า “เจ้าของอุ้มหมาลงจากรถ แล้วเลี้ยวหัวออก แต่หมาวิ่งตามตั้งแต่สี่แยกทักษิณาถึงแยกนาคา-ภูเก็ต จ.ภูเก็ต ตอนติดไฟแดงหมาวิ่งมาทันยืนสองขาเกาะรถ น่าสงสารมาก จะบอกว่าเจ้าของรถมองไม่เห็นหมาเป็นไปไม่ได้แน่ ๆ เพราะบริเวณนั้นคนข้างถนนเห็นกันหมด ฝนก็ตก น่าสงสารจริงๆ”

ภายหลัง คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เรียกน้ำตาจากผู้เข้าชมที่สงสารชะตากรรมของเจ้าสุนัขตัวนี้ที่ถูกเจ้านาย ที่มันรักทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี หลายคนถึงกับสาปแช่งเจ้าของสุนัข ทวงถามถึงความรับผิดชอบ และความถูกต้องว่า ก่อนนำมาเลี้ยงเหตุใดจึงไม่คิดให้รอบคอบ และทวงถามถึงความเห็นใจ และตั้งคำถามทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้เจ้าสุนัขโชคร้ายตัวนั้นจะใช้ชีวิตอย่างไร จะรู้สึกเสียใจมากแค่ไหน อีกทั้งการนำสุนัขมาทิ้งข้างทางเป็นการสร้างปัญหาให้กับสังคมอีกด้วย

ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน ได้มีคนเข้ามาโพสต์ข้อความ อ้างว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ทิ้งหมาแต่อย่างใด พร้อมกับโชว์ภาพของหมาตัวดังกล่าวว่าอยู่ดี ไม่ได้นอนข้างถนน "เรารู้จักเจ้าของน้องหมา เพิ่งไปถ่ายที่บ้านเค้ามา นี่คือน้องหมาที่วิ่งตามรถ เค้าไม่ได้ทิ้งนะคะ น้องหมาวิ่งตามรถเป็นประจำอยู่แล้ว ให้ขึ้นรถเค้าก็ไม่ยอม คนรักน้องหมาเหมือนกัน ทำไมคนที่ลงไป ไม่ตามไปให้ถึงที่ล่ะคะ ว่าเค้าทอดทิ้งจริงมั้ย ลงอย่างนี้สงสารเจ้าของน้องหมาค่ะ"

ทั้งนี้ หลังจากที่ชาวเน็ตได้รับทราบ ข้อมูลดังกล่าวแล้วต่างแสดงความโล่งใจไปตาม ๆ กัน นอกจากนี้เจ้าขอสุนัขดังกล่าวยังได้แสดงตนและบอกว่าสุนัขตัวดังกล่าวชื่อ "เจ้าหมูหวาน" และเหตุที่เจ้าหมูหวานวิ่งตามรถคันนี้ เพราะว่ารถคันนี้ชอบให้ของกินมันเลย ชอบตามและวิ่งหยอกล้อ




ข่าวจาก:www.dailynews.co.th

สรุปข่าวเด่นรอบวัน 29 ก.ย. 57

จ่อออกหมายเรียก คลิปแข่งออฟโรดในธารน้ำ ชาวบ้านไม่ทน!

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียมีการวิพากษ์วิจารณ์คลิปวิดีโอภาพกลุ่มคนขับรถออฟโรด จัดกิจกรรมแข่งขันขับรถทวนทางน้ำที่ธารน้ำคลองมะเดื่อ จ.นครนายก จนได้รับการตำหนิว่าเป็นการทำลายธรรมชาติ  ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเตรียมออกหมายเรียกเพื่อสอบสวนแล้ว

แชร์ช่วย! นศ.ยอดกตัญญู ดูแลพ่ออัมพาต ต้องพาไปเรียนด้วย

โลกโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างพากันแชร์เรื่องราวของนักศึกษาหญิงยอดกตัญญู ที่แบกรับภาระพาพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาตจากเหตุความไม่สงบทางภาคใต้ นั่งรถจักรยานยนต์พ่วงไปเรียนหนังสือด้วยเป็นประจำ เนื่องจากต้องคอยดูแลพ่อที่ป่วยอยู่เพียงลำพัง
แชร์ว่อน! สาวไทยช็อกตาย ระหว่างศัลยกรรมทำหน้าวีไลน์

โลกโซเชียลเน็ตเวิร์กกำลังแชร์ส่งต่อและกล่าวถึงเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เสียชีวิตระหว่างการผ่าตัดทำศัลยกรรมทุบโหนก-ทุบกราม หรือที่เรียกว่า วีไลน์ ภาพและข้อความกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ เพื่อเตือนเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่ต้องการเสริมความงาม
ตะลึง! มดเข้าไปอยู่ในรูหูเด็กหญิง9ขวบ คลานออกมานับร้อยยังไม่หมด วอนช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเด็กหญิงอายุ 9 ขวบ ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา มีมดอยู่ในรูหูจำนวนมาก ซึ่งเกือบทุกวันจะมีมดออกมาจากหู ครั้งประมาณ 5-10 ตัว
เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ผงาดอีกครั้งแหวกร่องอกโชว์เซ็กซี่

เจนี่ โสดแบบสวย ๆ กลับมาผงาดอีกครั้ง ล่าสุดมากับชุดโชว์ร่องอกสุดเซ็กซี่
 ข่าวจาก:news.sanook.com

เจมี่ บูเฮอร์ สยิวต่อเนื่อง อัพอึ๋ม 400cc เตรียมโชว์รอบ 3

คอนเฟิร์มแล้วว่าเร็ว ๆ นี้มีโปรเจคโชว์ของดีอวดสื่ออีกครั้งแน่นอน!! สำหรับอดีตนักแสดงชื่อดัง "เจมี่ บูเฮอร์" ที่ล่าสุดเจ้าตัวเพิ่งจะลงทุนขึ้นเขียงเป็นครั้งแรกในชีวิต ให้คุณหมอช่วยอัพอึ๋มจากสาวจอแบนกลายเป็นสาวทรงโต ก่อนจะโพสต์ภาพถ่ายชวนซี๊ดลงอินสตาแกรมเพื่อเช็คเรตติ้ง!!

แถมงานนี้สาวเจมี่ได้เผยอีกด้วยว่า สาเหตุหลักที่เจอัพไซส์นั้นเป็นเพราะตั้งใจไว้ตั้งแต่สมัยเข้าวงการแล้ว และไม่ได้ต้องการสร้างกระแสอย่างที่หลายคนคิด ก่อนบอกตอนนี้ยังไม่พร้อมเปลี่ยนลุคเป็นสาวเซ็กซี่เต็มสตรีม...

ล่าสุดเห็นว่าเราไปทำหน้าอกมาแล้ว ?
"ใช่ค่ะ เจมี่ทำมาเกือบ ๆ สองอาทิตย์แล้ว ตอนนีก็รู้สึกดีรู้สึกแฮปปี้มากค่ะ เรียกว่าชีวิตเปลี่ยนไปเลยจริง ๆ"

เพราะอะไรทำไมจู่ ๆ เราถึงได้ตัดสินใจทำหน้าอก ?
"เจมี่คิดไว้นานแล้วค่ะ คิดไว้ตั้งแต่ตอนอายุ 18 - 19 แล้วว่าเจมี่จะทำ เผอิญว่าช่วงนั้นเจมี่กังวลว่ามันจะเป็นอันตรายหรือเปล่าก็เลยพับโครงการไปก่อน จนกระทั่งมาถึงช่วงนี้ค่ะ"

ขนาดหน้าอกที่เราทำไปตอนนี้คือเท่าไหร่ ?
"ไม่ใหญ่มากค่ะ ประมาณ 400cc."

พอเราไปอัพไซส์แบบนี้หลายคนก็เลยตั้งแง่ว่าเราอยากจะสร้างกระแสหรือเปล่า ?
"อืม...เจมี่เชื่อว่าถ้าแค่สร้างกระแสคงไม่มีใครยอมเจ็บถึงขนาดนี้หรอกค่ะ"

แต่พอทำเสร็จก็เห็นว่าในอินสตาแกรมเรามีการถ่ายภาพค่อนข้างหวือหวาลงด้วย ?
"ก็มีนิดนึงค่ะ เขาทำสวยมาเราก็ต้องโชว์ อุตส่าห์เจ็บ อุตส่าห์ทนนะคะ (ยิ้ม)"

หลังจากทำหน้าอกเสร็จแล้วมีงานเซ็กซี่ติดต่อเข้ามาบ้างไหม ?
"มีคุยไว้ตั้งแต่ก่อนทำหน้าอกแล้วค่ะ แต่เจมี่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะรับดีหรือเปล่า เพราะคอนเซปเขาค่อนข้างแรงและเยอะ"

ที่ยังไม่ตัดสินใจเป็นเพราะต้องการอัพค่าตัวเพิ่มหรือเปล่า ?
"ไม่ใช่ค่ะ เพราะเดี๋ยวอาทิตย์หน้าเจมี่ก็จะออกงาน ซึ่งวันนั้นก็จะมีโชว์บ้างนิดนึง (ยิ้ม) แต่ถามว่าค่าตัวมีส่วนไหมอันนี้เจมี่อยากให้มองว่ามันเป็นตามเหตุตามผลมากกว่า คือถ้าเขาอยากได้เยอะเขาก็ควรที่จะจ่าย"

กลัวไหมถ้าโชว์อีกครั้งจะมีกระแสโจมตีแบบคราวก่อนอีก ?
"อ๋อ... เจมี่มองว่ามันก็เป็นเรื่องสวยงามนะ อีกอย่างที่เจมี่เห็นหลายคนเขาก็โชว์หน้าอกกันมาเยอะมากแล้ว ซึ่งตัวเจมี่เองก็ไม่ได้ตั้งใจจะโชว์อะไรให้มันพิศดารกว่าคนอื่นด้วย ดังนั้นฟีดแบคก็น่าจะโอเค ไม่น่ามีใครว่าอะไร"

แสดงว่ากลับมาครั้งนี้จะเน้นโชว์บน ?
"(หัวเราะ) ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ เรื่องโชว์ล่าง"

ส่วนตัวคิดว่าตั้งใจจะเปลี่ยนแนวตัวเองกลายเป็นสาวเซ็กซี่ไปเลยไหม ?
"ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ แค่เจมี่อยากทำตามฝันมากกว่า เพราะอย่างที่บอกคือตั้งใจไว้นานแล้วว่าจะทำหน้าอก ซึ่งตรงนี้เจมี่ก็อยากให้มองว่าเจมี่เป็นแค่คนทำงานทั่วไปที่สามารถทำงานเซ็กซี่ได้บ้างก็พอค่ะ"

ข่าวจาก:news.sanook.com

เอมมี่ เต้าเอาอยู่! ฮาเวิร์ด ไม่สิ้นสวาท ตามหึง 24ชม.

มีประเด็นให้สงสัยอยู่ตลอดเวลาว่าสรุปแล้วเป็นเรื่องจริงหรือการสร้างกระแสกันแน่ !? สำหรับเซ็กซี่สตาร์เต้าซิลิโคน "เอมมี่ อมลวรรณ" ที่จู่ ๆ ก็ออกมาประกาศผ่านอินสตาแกรมว่า ขอยุติความสัมพันธ์กับหวานใจแบดบอย "ฮาเวิร์ด หวัง" เนื่องจากฝ่ายชายมีพฤติกรรมหึงหวงตลอดเวลา จนไม่เป็นอันทำมากิน!!

ซึ่งล่าสุดในงาน " สาวเอมมี่ "ก็ได้ออกมาชี้แจงให้ฟังว่า สาเหตุที่โพสต์ข้อความดังกล่าวขึ้นอินสตาแกรมเป็นเพราะรู้สึกงอนแฟนหนุ่มที่ไม่ยอมเชื่อใจตนเองเท่านั้น พร้อมยันสถานะความสัมพันธ์ตอนนี้ยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง ลุ้นฝ่ายชายกลับไทยเมื่อไหร่อาจมีข่าวดีเรื่องงานวิวาห์...

เกิดอะไรขึ้นล่าสุดโพสต์อินสตาแกรมคล้ายจะเลิกกับฮาเวิร์ด ?
"ใช่ค่ะ เพราะตอนนี้เอมมี่กำลังทำธุรกิจตัวใหม่อยู่ ซึ่งฮาเวิร์ดเขาไม่เข้าใจ เขาพยายามที่จะวีดีโอคอลหาเอมมี่ตลอด เพราะเขาไม่เชื่อใจ เขาบอกเอมมี่ทำแบบนี้เหมือนเอมมี่มีคนอื่น ซึ่งเอมมี่ก็บอกเขาไปว่าโอเคงั้นเอมมี่จะรับ แต่ถ้ารับแล้วเอมมี่ก็จะโพสต์ลงในไอจีทันทีว่าเราเลิกกัน และมันก็เป็นอย่างที่เห็นค่ะ"

แต่เมื่อกี้เห็นเราบอกว่าเขาไม่ยอมเลิก ?
"ใช่ค่ะ คือเขาร้องไห้ เขาบอกเอมมี่ว่าเขาทนไม่ได้ที่จะต้องเป็นแบบนี้ จากนั้นเขาก็ขอโทษและบอกว่าหลังจากนี้จะไม่ทำนิสัยแบบนั้นอีก"

สรุปก็คือไม่ได้ตั้งใจจะเลิกแค่งอนกันเฉย ๆ ?
"ก็งอนกันนิดนึงค่ะ (ยิ้ม) จริง ๆ แล้วเอมมี่แค่อยากให้เขาเข้าใจว่าความสวยมันอยู่กับเราไม่ยั่งยืน ดังนั้นงานและครอบครัวสำหรับเอมมี่มันต้องมาก่อนเสมอ ซึ่งถ้าเขาเข้าใจเราก็ไปกันได้ แต่ถ้าเขาไม่เราก็เลิกค่ะ"

ที่ฮาเวิร์ดเขาหึงเป็นเพราะเราแอบคุยกับหนุ่มคนอื่นด้วยหรือเปล่า ?
"ก็ยอมรับว่ามีคุยค่ะ แต่เราคุยกันในลักษณะเพื่อนร่วมงานเท่านั้นค่ะ ซึ่งฮาเวิร์ดเขาก็ไม่รู้เรื่องนี้ (หัวเราะ)"

คุยกับคนอื่นแบบนี้เคยรู้สึกหวั่นไหวบ้างไหม ?
"ยังค่ะ ยัง เพราะเขาไม่หล่อพอ (หัวเราะ)"

เราออกมาพูดแบบนี้ไม่กลัวเหรอว่าฮาเวิร์ดเขาจะเสียใจ ?
"เอมมี่เคยบอกเขาแล้วค่ะว่าอะไรก็ตามที่เอมมี่พูดมันเป็นเพราะหน้าที่การงานเท่านั้น ดังนั้นเขาก็ต้องเข้าใจ ณ ตรงนี้ด้วย"

สาเหตุที่เขาหึงมากขนาดนี้หน้าอกใหม่เรามีส่วนไหม ?
"มีค่ะ เขาพูดเองเลยว่าถ้าเขากลับมาเมืองไทยได้สิ่งแรกที่เขาจะทำคือขอเอมมี่แต่งงาน เพราะเขาบอกว่าใหญ่กว่าเอมมี่ไม่มีอีกแล้ว (ยิ้ม)"

เขาขอเราแต่งงานบ่อยไหม ?
"ขอเรียบร้อยแล้วค่ะ ซึ่งตอนนี้เขาก็กำลังหาแหวนหมั้น เนื่องจากเขาบอกเอมมี่ว่าถ้ายังไม่พร้อมแต่งงานก็ให้รับหมั้นเขาก่อน"

ส่วนตัวเราโอเคไหมถ้าจะต้องแต่งงานกับฮาเวิร์ดเร็ว ๆ นี้ ?
"แต่งงานเอมมี่ยังไม่พร้อมค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วก็ต้องดูก่อนว่าถ้าเขากลับมาเมืองไทยแล้วมันจะอะไรยังไงได้บ้าง"

อย่างก่อนหน้านี้ตัวเราเองก็เคยโพสต์ภาพที่ดูเหมือนว่าตั้งครรภ์ลงอินสตาแกรม หลายคนเลยสงสัยว่าสรุปแล้วมันคืออะไร ?
"อ๋อ...พอดีช่วงนั้นเอมมี่กลับจากไต้หวันและน้ำหนักมันขึ้น บวกกับประจำเดือนไม่มา เอมมี่ก็เลยสงสัยว่าจะท้องหรือเปล่า แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วค่ะว่าไม่ได้ท้องแน่นอน"

เราบอกว่าแต่งงานไม่พร้อม แต่ถ้ามีลูกก็พร้อมใช่ไหม ?
"ถูกต้องค่ะ ถ้าพลาดมีน้องก็ยังไงเราก็ต้องเก็บไว้อยู่แล้ว ดีกว่าการทำแท้งค่ะ"

ทางด้านคุณแม่ฮาเวิร์ดตอนนี้ท่านโอเคกับเราไหม ?
"คือที่ผ่านมาเอมมี่ก็รู้ตัวว่าพูดแรงกับท่านเกินไป ล่าสุดก็เลยเข้าไปขอโทษท่าน และก็เพิ่งจะดึงท่านมาร่วมทำธุรกิจกับเอมมี่ค่ะ"

อีกเรื่องหนึ่งล่าสุดมีสื่อต่างประเทศเขามาช่วยจัดอันดับบอกว่าเราเป็นผู้หญิงที่หน้าอกใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ?
"ใช่ค่ะ เพราะคนที่ทำหน้าอกขนาด 700cc. ในเมืองไทยไม่มีแล้ว มีเอมมี่แค่คนเดียว ซึ่งเอมมี่ต้องขอบคุณสื่อที่ว่านี้ด้วยค่ะ (ยิ้ม)"

ถือว่าสมความตั้งใจของเราที่คิดไว้ตั้งแต่แรกเลยไหม ?
"แน่นอนค่ะ เอมมี่ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ส่วนเรื่องที่จะไปกินเนสส์บุ๊คนั้น เอมมี่ยังไม่ว่างยื่นเรื่องเลย เพราะตั้งแต่วันที่ทำเสร็จจนถึงวันนี้เอมมี่มีงานติดต่อเข้ามาตลอดยังหาเวลาไม่ได้เลยจริง ๆ"

ข่าวจาก: news.sanook.com

ยารักษาเชื้ออีโบล่า นพ.ภัทรชัย แจงเป็นผลงานของทีม

(29 ก.ย.) หลังมีกระแสข่าวรายงานระบุว่ามีการค้นพบยารักษาโรคอีโบล่า โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ได้ศึกษาวิจัยและผลิตแอนติบอดีรักษาโรคไข้เลือดออกอีโบล่าได้เป็นผลสำเร็จและเป็นแห่งแรกของโลกแล้ว และจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการในหัวข้อ "ครั้งแรกของไทย ศิริราชผลิตแอนติบอดีรักษาโรคไข้เลือดออกอีโบล่าสำเร็จ" ในวันพฤหัสบดีที่ 2 ต.ค. 2557 เวลา 10.00 น. ที่ห้อง A201 อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 2 ร.พ.ศิริราช

ล่าสุด รศ.ดร.นพ.ภัทรชัย กีรติสิน หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้โพสต์เฟซบุ๊คชื่อ Pat Kir แจงเกี่ยวกับการกล่าวถึงการค้นพบยารักษาโรค "อีโบล่า" ว่าตนเป็นผู้ค้นพบทำให้หลายคนเข้าใจผิด โดยระบุว่า

เรียนทุกท่านที่ได้อ่านข้อความหรือข่าวที่แชร์ต่อ ๆ กันไปในข่าว เกี่ยวกับเรื่องอีโบล่าครับ และมีการกล่าวถึงผมด้วย ทำให้หลายท่านเข้าใจผิดว่าผมค้นพบยารักษาโรคนี้ (และมีผู้ติดต่อเข้ามามากมายในเวลานี้) รวมถึงมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปบ้างเกี่ยวกับการเตรียมแถลงข่าวของศิริราช ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงทุก ๆ ท่านในเบื้องต้นดังนี้ครับ

1. การค้นพบนี้ เป็นผลงานของทีมผู้วิจัยที่มี ศ.ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา เป็นหัวหน้าทีม (ผมไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยนี้แต่อย่างใดครับ) ผมดูแลเฉพาะส่วนการวินิจฉัยโรคเท่านั้น ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของการแถลงข่าวที่ทางศิริราชได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมแบบมาตรฐานสากลให้กับประเทศไทยหากมีผู้ป่วย (การแถลงข่าวมี 2 ส่วน)

2. การค้นพบของ ศ.ดร.วันเพ็ญ และคณะ ในครั้งนี้ เป็นการค้นพบแอนติบอดีเพื่อการพัฒนาวัคซีนต่อไป ไม่ใช่ยารักษาโรคครับ

ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ทางศิริราชจะเป็นผู้อธิบายในการแถลงข่าววันที่ 2 ต.ค. ต่อไปครับ

จึงขอเรียนอธิบายไว้เบื้องต้นเท่านี้ก่อนนะครับ และขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจกับทีมนักวิจัยและบุคลากรที่ศิริราชครับ

รศ.ดร.นพ.ภัทรชัย กีรติสิน

29 ก.ย. 57

ข่าวจาก:news.sanook.com

ศัลยกรรมเสียชีวิต สาวสวยเสียชีวิตขณะศัลยกรรมผ่าตัดทำหน้า

 ศัลยกรรมเสียชีวิต สาวสวยตายขณะศัลยกรรม แพทย์สุดที่จะยื้อชีวิต หลังเกิดอาการไข้ขึ้นสูงและความดันต่ำระหว่างการผ่าตัด

           เป็นเรื่องที่เป็นอุทาหรณ์สำหรับสาวๆ โดยล่าสุดสาวสวยคนหนึ่ง ถูกแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ว่าตายขณะศัลยกรรม โดยศัลยกรรมเสียชีวิตเพราะต้องการจะศัลยกรรมทุบโหนกแก้มทำวีไลน์กับคลินิกแห่งหนึ่ง แต่เกิดเสียชีวิตขณะผ่าตัด

โดยแฟนหนุ่มของสาวสวยผู้ศัลยกรรมเสียชีวิต ได้โพสต์ในเฟซบุ๊คเอาไว้ว่า

           "เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เมื่อคืนมีอุบัติเหตุทางการผ่าตัด เนื่องด้วยระหว่างผ่าตัดหญิงหรือเฟิร์นอันเป็นที่รักของครอบครัวได้มีไข้ขึ้นสูง มีอาการความดันต่ำ จากภาวะ Malignant Hyperthermia เป็นภาวะที่ไม่พึงประสงค์ ทางแพทย์และพยาบาลได้พยายามยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่เป็นผล เหมือนเป็นความฝัน.. เฟิร์นได้จากผมไปแล้ว

           จะมีการนำร่างไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน อ.แม่อาย จากไปโดยไม่มีการร่ำลาใด ๆ การบอกลาแบบนี้ไม่ดีเอาซะเลย ผมฝันไว้ว่าจะสร้างอนาคตกับเฟิร์น แต่เค้าจากไปแล้วครับ เสียใจ อาลัยอาวรณ์จนไม่อยากพิมพ์

           แต่เพื่อแจ้งข่าวให้เพื่อน ๆ ทราบ ผมเลยใช้เฟซของเฟิร์นมาโพสต์ครับ รักและอาลัยมาก ๆ กำหนดการงานสวดอภิธรรมจะทำที่บ้านสันต้นหมื้อนะครับ"
  ทั้งนี้ได้มีผู้เข้าไปแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก เพราะสาวสวยศัลยกรรมเสียชีวิต คนดังกล่าวมีผู้ติดตามในเฟซบุ๊คกว่า 2พันคน



ขอบคุณรูปภาพจาก news.boxza.com

จ๊ะ อาร์สยาม โพสต์ชัดสถานะ "โสด" ห่างแฟนสาวหล่อแล้ว

จ๊ะ อาร์สยาม โพสต์ชัดสถานะ "โสด" ห่างแฟนสาวหล่อแล้ว เจ้าตัวตัดสินใจอยู่คนเดียวสบายใจกว่า
   นักร้องลูกทุ่งสาว จ๊ะ อาร์สยาม หลังจากเปิดตัวว่ากำลังคบหาดูใจอยู่กับแฟนสาวหล่อได้เพียงไม่นาน เจ้าตัวก็ได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมในทำนองว่า ตนเองกำลังจะโสดและกำลังมีปัญหากับแฟนสาวหล่อที่กำลังคบหากันอยู่ ซึ่งสาเหตุก็มาจากปัญหาจากคนรอบข้าง
   ล่าสุดดูเหมือนว่าสาว จ๊ะ อาร์สยาม จะยื้อความรักครั้งนี้ไว้ไม่ไหวซะแล้วเพราะเจ้าตัวได้ออกมาประกาศแล้วว่า สถานะตอนนี้คือ โสด และเริ่มห่างจากแฟนสาวหล่อแล้ว สาเหตุก็เป็นเพราะปัญหาจากคนรอบข้างนั่นเอง โดยระบุข้อความว่า

          "ความรักเราไม่สามารถออกแบบมันได้จริงๆ ณ.ตอนนี้ เคลียร์เลยค่ะ ว่าโสด เพราะเริ่มห่างจากสาวหล่อแล้ว ถามว่าเค้าดีมั้ย ดีมากเลยค่ะ แต่มีปัญหาที่คนอื่น คนใกล้ชิดของเค้า#ตัดสินใจล่ะ#อยู่คนเดียวสบายใจกว่า#จบ"
ขอบคุณรูปภาพจากentertain.boxza.com

ใบเตย อาร์สยาม ถ่ายรูปคู่ อ้วน รังสิต แต่ดันแท็กหา แจม เนโกะจัมพ์ ทำคนอื่นงานเข้า

   ใบเตย อาร์สยาม ถ่ายภาพคู่ อ้วน รังสิต อัพลงในอินสตาแกรม แต่แท็กหา แจม เนโกะจัมพ์ แฟนเก่า อ้วน รังสิต ทำคนอื่นงานเข้า
     อยู่ดีๆ ก็จะทำคนอื่นงานเข้าซะแล้วสำหรับสาว ใบเตย อาร์สยาม ที่เจ้าตัวได้ไปถ่ายรูปคู่กับหนุ่ม อ้วน รังสิต พร้อมอัพอัพลงในอินสตาแกรม แต่สาว ใบเตย อาร์สยาม ดันแท็กไปหาสาว แจม เนโกะจัมพ์ แฟนเก่า อ้วน รังสิต ซะงั้น จึงกลายเป็นประเด็นขึ้นมาในทันที
    งานนี้ก็ร้อนถึงหนุ่ม อ้วน รังสิต ต้องออกมาชี้แจงว่า ใบเตย อาร์สยาม ก็รู้ว่าตนกับแจมเลิกกันแล้ว คงเป็นการแกล้งเล่นมากกว่า เพราะใบเตยก็สนิทกันแจม ตนก็ได้บอกใบเตยไปแล้วว่าแท็กผิดคน ส่วนตัวคิดว่าไม่มีอะไร ตนกับแจมยังคุยกันแบบพี่น้อง และไม่ได้คิดมากับเรื่องพวกนี้เลย มิตรภาพแบบนี้ยืนยาวดีกว่าครับ
                               ขอบคุณรูปภาพจากentertain.boxza.com/